“และให้ขอบคุณพระเจ้าในทุกสถานการณ์ นี่แหละเป็นสิ่งที่พระเจ้าอยากให้คุณทำในพระเยซูคริสต์”
“จงขอบคุณพระเจ้าในทุกสถานการณ์ นี่แหละเป็นสิ่งที่พระเจ้าอยากให้คุณทำในพระเยซูคริสต์”
ความสัมพันธ์กับพระเจ้านำเราไปสู่ชีวิตแห่งการขอบพระคุณ
1 ยอห์น 4:19 THA-ERV
“ที่พวกเรามีความรักก็เพราะว่าพระเจ้ารักเราก่อน”
โรม 3:21-24 THA-ERV
“แต่ตอนนี้ พระเจ้าได้เปิดเผยให้เห็นว่าพระองค์นั้นซื่อสัตย์และทำในสิ่งที่ถูกต้องเสมอ โดยไม่เกี่ยวข้องกับกฎเลย แต่ว่าทั้งกฎและพวกผู้พูดแทนพระเจ้าได้เป็นพยานถึงความซื่อสัตย์ของพระองค์ พระเจ้าทำให้เราเห็นว่าพระองค์นั้นซื่อสัตย์ และทำในสิ่งที่ถูกต้องเสมอ พระองค์ทำอย่างนี้ผ่านทางความซื่อสัตย์ของพระเยซูคริสต์ เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับทุกๆคนที่ไว้วางใจ ไม่มีใครแตกต่างกันเลย เพราะทุกคนทำบาปเหมือนกันหมด และเสื่อมจากพระบารมีของพระเจ้า พระเจ้ามีความเมตตากรุณาและพระองค์ยอมรับทุกคนมาเป็นคนของพระองค์โดยไม่คิดมูลค่า และเพราะสิ่งที่พระเยซูคริสต์ได้ทำ พระเจ้าได้ปลดปล่อยพวกเขาให้เป็นอิสระจากการเป็นทาสของบาป”
เราถูกทำให้เป็นคนชอบธรรมได้อย่างไร?
เราสามารถขอบพระคุณอะไรได้บ้าง?
“พวกคุณได้รับพระเยซูคริสต์เจ้าอย่างไร ก็ขอให้ใช้ชีวิตร่วมกันกับพระองค์ต่อไปอย่างนั้น คือคุณได้หยั่งรากลงไปในพระองค์แล้ว ให้พระองค์เป็นรากฐานของคุณต่อไป ให้ยึดมั่นในความเชื่อต่อไปเหมือนกับที่คุณได้รับคำสั่งสอนมาแล้ว และให้ขอบคุณพระเจ้าอย่างล้นเหลือต่อไป”
เราสามารถใช้ชีวิตในความสัมพันธ์กับพระเจ้าได้อย่างไร?
การขอบพระคุณพระเจ้าเป็นความสมัครใจ
สดุดี 118:1 THA-ERV
“ให้ขอบคุณพระยาห์เวห์ เพราะพระองค์ดี ความรักมั่นคงของพระองค์จะคงอยู่ตลอดไป”
สดุดี 100:4 THA-ERV
“ให้ผ่านประตูทั้งหลายของพระองค์เข้ามาด้วยการขอบคุณ ให้เข้ามาในลานวิหารทั้งหลายของพระองค์ด้วยการสรรเสริญ ให้ขอบคุณพระองค์และสรรเสริญชื่อของพระองค์เถิด”
เราควรเข้าคริสตจักรหรือสถานที่อื่นๆด้วยความรู้สึกอย่างไร?
สิ่งนี้จะสร้างความแตกต่างอะไรให้กับเราและผู้คนรอบตัวเรา?
การดำเนินชีวิตในแบบใหม่
“ในระหว่างทางที่ไปเมืองเยรูซาเล็ม พระเยซูผ่านไปตามเขตแดนของแคว้นกาลิลีกับแคว้นสะมาเรีย ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีชายสิบคนที่เป็นโรคผิวหนังร้ายแรง เข้ามาหาพระองค์ แต่ยืนอยู่ห่างๆ และร้องตะโกนว่า “เยซู นายท่าน สงสารพวกเราด้วยเถิด” พระองค์ก็มองพวกเขา แล้วพูดว่า “ไปแสดงตัวให้พวกนักบวช ดูสิ” ในระหว่างทางที่ไปนั้น พวกเขาก็หายจากโรค คนหนึ่งในนั้น เมื่อเห็นว่าหายแล้ว ก็กลับมาร้องสรรเสริญพระเจ้าเสียงดัง เขาก้มลงกราบขอบคุณอยู่ที่เท้าของพระเยซู เขาเป็นชาวสะมาเรีย พระเยซูถามว่า “มีสิบคนที่หายจากโรคไม่ใช่หรือ แล้วอีกเก้าคนอยู่ที่ไหน ทำไมมีแต่คนต่างชาติคนนี้เท่านั้นหรือ ที่กลับมาสรรเสริญพระเจ้า” แล้วพระเยซูก็บอกเขาว่า “ลุกขึ้นกลับไปได้แล้ว ความเชื่อของคุณทำให้หายจากโรคแล้ว””
คำว่า ‘cleansed’ กับ ‘well’ ในภาษากรีกมีความหมายต่างกัน ผู้ชายที่ถูกเรียกว่า ‘cleansed’ ได้รับการรักษาเรื่องร่างกายให้หาย ส่วนคนที่ถูกเรียกว่า ‘well’ ได้รับการรักษาจนสมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตวิญญาณ และอารมณ์
ในการแปลพระคัมภีร์เป็นภาษาอังกฤษ (King James Version) ใช้คำว่า ‘cleansed’ และ ‘whole’ ตามลำดับ
พระเยซูทำอะไรให้กับชายสิบคนนั้น? และทำทำไม?
การตอบสนองของชาวสะมาเรียแตกต่างกับชายที่เหลือเก้าคนอย่างไร?
ชาสะมาเรียคนนั้นได้รับพรอะไร?
ถามเพื่อน
พระเจ้าได้เปลี่ยนแปลงอะไรในชีวิตของคุณที่คุณรู้สึกขอบพระคุณพระเจ้า?
ในสัปดาห์นี้คุณสามารถขอบพระคุณพระเจ้าในสถานการณ์ใดบ้าง?
ตัวอย่างคำอธิษฐาน
ขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับการให้พระพรในชีวิตของลูก ขอบพระคุณที่ช่วยให้ลูกขอบพระคุณในทุกที่ทุกเวลา ลูกต้องการมีหัวใจที่เต็มไปด้วยความขอบพระคุณเสมอ เพราะพระองค์ทรงใจดีกับลูกตลอดมา
ข้อพระคัมภีร์
“และให้ขอบคุณพระเจ้าในทุกสถานการณ์ นี่แหละเป็นสิ่งที่พระเจ้าอยากให้คุณทำในพระเยซูคริสต์”