เราอาศัยอยู่ในโลกที่ไม่สมบูรณ์ ที่ซึ่งสิ่งไม่ดีเกิดขึ้นกับคนดี ดังนั้นพระเจ้าจึงเข้ามาแทรกแซง และส่งพระบุตรองค์เดียวของพระองค์มาเพื่อช่วยเราจากความผิดพลาดและบาดแผลทั้งหมดของเรา พระองค์ทำการแลกเปลี่ยนอันยิ่งใหญ่ คือความแตกสลายของเราแลกกับชีวิตของพระองค์ นี่ไม่ใช่ชีวิตธรรมดาที่พระเยซูเสนอให้เรา แต่เป็นชีวิตแห่งความรัก ความสุข ความสงบ และการเยียวยา การเยียวยาสำหรับทุกคนที่เรียกหาพระองค์เพื่อขอความช่วยเหลือ
คำถามของคุณ
คำถาม 1
ถ้าเราเคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อน เราควรทำอย่างไร?
คำตอบ 1
ในสังคมปัจจุบันมีแรงกดดันให้เสียพรหมจรรย์ก่อนแต่งงาน สำหรับผู้ที่เชื่อในภายหลังในชีวิต พวกเขาอาจไม่รู้การออกแบบของพระเจ้าเกี่ยวกับการแต่งงานและเพศ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่รู้สึกเสียใจเกี่ยวกับอดีต
แต่ไม่ว่าสิ่งที่ผ่านมาเลวร้ายแค่ไหน ไม่ว่าคุณจะรู้สึกตกต่ำเพียงใด พระเจ้าจะอภัยให้คุณและให้โอกาสเริ่มใหม่! แม้ความผิดพลาดของคุณอาจทำให้เกิดการตั้งครรภ์ หรือคุณมีเพศสัมพันธ์กับหลายคน พระเยซูคือคนเดียวที่สามารถฟื้นฟูสิ่งที่สูญเสียไป พระองค์ต้องการนำความบริสุทธิ์กลับเข้าสู่ชีวิตของคุณผ่านการให้อภัยและพระคุณ เพียงขอพระองค์
9 แต่ถ้าเรายอมสารภาพความบาปของเรา พระเจ้าผู้รักษาคำสัญญาและทำในสิ่งที่ถูกต้องเสมอ จะยกโทษบาปให้กับเรา และจะล้างเราให้สะอาดจากความผิดทุกอย่างด้วย
18 พระยาห์เวห์พูดว่า มาสู้ความกันเถอะ
ถึงแม้พวกบาปของเจ้าจะแดงสด พวกมันก็อาจจะขาวเหมือนหิมะได้
ถึงแม้บาปพวกนั้นของเจ้าจะแดงเข้ม พวกมันก็อาจจะขาวเหมือนขนแกะได้
นั่นหมายความว่าคุณสามารถเข้าสู่การแต่งงานด้วยความรู้สึกใหม่ทั้งหมด!
ตอนนี้ยังมีกลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่งที่เคยมีประสบการณ์ทางเพศในอดีตซึ่งถูกบังคับให้ทำ นี่คือเหยื่อของการล่วงละเมิดทางเพศ พวกเขาอาจไม่จำเป็นต้องได้รับการให้อภัยเพราะเป็นเหยื่อของสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเขา แต่พวกเขาต้องการการเยียวยาเพราะบางสิ่งถูกพรากไปจากพวกเขา ซึ่งพระเจ้าต้องการฟื้นฟูคืนให้
โปรดอ่านเรื่องราวของทามาร์ใน 2 ซามูเอล 13:1-20
1 ดาวิดมีลูกคนหนึ่งชื่ออับซาโลม อับซาโลมมีน้องสาวที่สวยมากคนหนึ่งชื่อทามาร์ ในเวลานั้น ลูกชายอีกคนหนึ่งของดาวิดชื่ออัมโนน[a] ได้หลงรักทามาร์ 2 ทามาร์เป็นสาวบริสุทธิ์ อัมโนนรู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำอะไรกับนาง แต่เขาหลงรักนางมาก จนเป็นไข้ใจ
3 อัมโนนมีเพื่อนคนหนึ่งชื่อโยนาดับเป็นลูกชายชิเมอาห์ ชิเมอาห์เป็นพี่ชายของดาวิด โยนาดับเป็นคนฉลาดเจ้าเล่ห์ 4 เขาถามอัมโนนว่า “บอกเราหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมลูกกษัตริย์อย่างท่านจึงดูซูบซีดลงทุกวันๆ”
อัมโนนบอกกับเขาว่า “เราหลงรักทามาร์ น้องสาวของอับซาโลมน้องชายเรา”
5 โยนาดับบอกว่า “ไปนอนที่เตียงแล้วแกล้งทำเป็นไม่สบายสิ แล้วเมื่อพ่อของท่านมาเยี่ยม ให้บอกเขาว่า ‘ลูกอยากให้ทามาร์น้องสาวลูกมาเยี่ยม และเอาของมาให้ลูกกิน ขอให้น้องมาทำอาหารต่อหน้าลูก เพื่อลูกจะได้ดูน้องทำ และได้กินจากมือของน้อง’”
6 อัมโนนจึงนอนลงและแกล้งทำเป็นไม่สบาย เมื่อกษัตริย์มาเยี่ยมเขา อัมโนนพูดว่า “ลูกอยากให้ทามาร์น้องสาวลูกมาเยี่ยม และมาทำขนมปังพิเศษให้ลูกดู เพื่อลูกจะได้กินจากมือของน้อง”
7 ดาวิดจึงสั่งคนไปบอกทามาร์ที่วังว่า “ให้ไปที่บ้านของอัมโนนพี่ชายของเจ้า และไปทำอาหารให้เขากิน”
8 ทามาร์จึงไปบ้านอัมโนนพี่ชายของนางซึ่งกำลังนอนอยู่ นางเอาแป้งดิบ[b] ไปด้วย นางนวดมัน ทำเป็นขนมปังให้เขาดูและอบมัน 9 แล้วนางก็เอากระทะนั้นออกมาและยกขนมปังไปให้เขา แต่เขาไม่ยอมกิน อัมโนนบอกว่า “ให้ทุกคนออกไปจากที่นี่” ทุกคนจึงออกไป
10 แล้วอัมโนนพูดกับทามาร์ว่า “นำอาหารมาให้พี่ในห้องนอนของพี่ พี่จะได้กินมันจากมือของน้อง”
ทามาร์ก็นำขนมปังที่นางทำไว้เข้ามาให้อัมโนนพี่ชายของนางในห้องนอนของเขา 11 แต่เมื่อนางนำมันเข้ามาเพื่อจะให้เขากิน เขาจับนางเอาไว้และพูดว่า “น้องพี่ มานอนกับพี่เถิด”
12 “อย่านะพี่” นางพูดกับเขา “อย่าบังคับน้องเลย เรื่องอย่างนี้ไม่ควรเกิดขึ้นในอิสราเอล อย่าทำสิ่งชั่วร้ายอย่างนี้เลย 13 ตัวน้องเอง จะขจัดความน่าละอายนี้ไปได้อย่างไรกัน ส่วนตัวพี่ พี่จะเป็นเหมือนคนบ้าที่ชั่วร้ายในอิสราเอล ได้โปรดไปพูดกับกษัตริย์เถิด เขาจะไม่ยั้งน้องไว้จากพี่หรอก”
14 แต่เขาไม่ยอมฟังนาง และเพราะเขาแข็งแรงกว่านาง เขาจึงข่มขืนนาง 15 แล้วความรู้สึกของอัมโนนกลับเปลี่ยนเป็นเกลียดนางอย่างรุนแรง อันที่จริงแล้ว ความเกลียดของเขานั้นมากยิ่งกว่าความรักที่เขามีต่อนางในตอนแรก อัมโนนพูดกับนางว่า “ออกไปซะ”
16 แต่นางตอบเขาไปว่า “อย่าทำอย่างนั้นเลยพี่ ถ้าพี่ไล่น้องไป พี่จะยิ่งมีความผิดมากกว่าสิ่งที่พี่ได้ทำกับน้องมาแล้ว”
แต่เขาไม่ยอมฟังนาง 17 เขาเรียกคนรับใช้ส่วนตัวของเขามาและบอกว่า “เอาหญิงคนนี้ออกไปจากที่นี่และลงกลอนประตูเสียด้วย”
18 คนรับใช้ของเขาจึงเอาตัวนางออกไปและลงกลอนประตูตามหลังนาง
ขณะนั้นนางสวมเสื้อชุดยาวที่มีเครื่องประดับมากมาย[c] เพราะเสื้อชนิดนี้เป็นเสื้อของกษัตริย์ที่ให้ลูกสาวของกษัตริย์ที่ยังบริสุทธิ์อยู่สวม 19 ทามาร์เอาขี้เถ้าโปรยบนหัวของนางและฉีกเสื้อที่มีเครื่องประดับที่นางกำลังสวมอยู่นั้นออก นางเอามือกุมหัวไว้แล้วเดินจากไปและร้องไห้ด้วยเสียงอันดัง ไปด้วย
20 อับซาโลมพี่ชายของนางพูดกับนางว่า “อัมโนนพี่ชายของน้องนอนกับน้องหรือ เงียบเสียเถิด น้องของพี่ เขาเป็นพี่ชายของน้อง อย่าไปคิดมากในเรื่องนี้” และทามาร์ก็อาศัยอยู่ในบ้านของอับซาโลมพี่ชายนาง เป็นหญิงที่ถูกทอดทิ้ง
ข้อ 18-19 บรรยายความเศร้าของทามาร์ที่สูญเสีย สิ่งที่ทำให้เรื่องราวของเธอโศกเศร้าเพราะเธอแยกตัวและอยู่ในความโศกเศร้าตลอดชีวิต
แต่ผู้ที่วางใจในพระเจ้าสามารถได้รับการเยียวยา ความสะดวกสบาย ความสุข ความงาม และความเข้มแข็งของพระเจ้าสามารถเป็นของคุณ
โปรดอธิษฐานเพื่อการเยียวยาของพระเจ้าในวันนี้ อย่าเสียเวลาอีกต่อไปในความเหงาและสิ้นหวัง นี่คือคำสัญญาของพระเจ้าสำหรับคุณ:
1 พระวิญญาณของพระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิต อยู่กับผม
เพราะพระยาห์เวห์ได้เลือก[a] ผม
พระองค์ได้ส่งผมไปประกาศข่าวดีให้กับคนยากจน
ไปรักษาจิตใจที่แตกสลาย
ไปประกาศเสรีภาพให้กับเชลย
และประกาศการปลดปล่อยให้กับพวกนักโทษ
2 พระองค์ส่งผมให้ไปประกาศปีแห่งความเมตตาของพระยาห์เวห์
และวันเวลาที่พระเจ้าของเราจะแก้แค้น ไปปลอบโยนทุกคนที่เศร้าโศกเสียใจ
3 พระองค์ส่งผมให้เอามาลัยไปให้กับคนที่โศกเศร้าในศิโยน
เพื่อใส่แทนขี้เถ้า[b] บนหัว
ใส่น้ำมันแห่งความชื่นชมยินดีแทนชุดไว้ทุกข์
และให้ชุดงานเลี้ยงแทนจิตใจที่ท้อแท้
พวกเขาจะได้ชื่อว่า ต้นโอ๊กแห่งความรอด
ต้นไม้ของพระยาห์เวห์ที่แสดงว่าพระองค์นั้นยิ่งใหญ่
คำถาม
คุณได้เรียนรู้อะไรเกี่ยวกับกระบวนการเยียวยา?